รีวิว Huawei MateView เรียบง่าย มีสไตล์ มาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่า

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

แม้จะมีปัญหากับสหรัฐฯ แต่ Huawei ยักษ์ใหญ่ของจีนก็ทำได้ดี และบริษัทก็กำลังขยายขอบเขตธุรกิจอย่างแข็งขัน ตอนนี้ Huawei กำลังเปลี่ยนจากโทรศัพท์ นาฬิกา แล็ปท็อป ไปยังอุปกรณ์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ Huawei MateView หน้าจอมอนิเตอร์ที่เน้นในเรื่องของการทำงานที่ทั้งมีเอกลักษณ์และยอดเยี่ยม Huawei mateview เป็นจอภาพขนาด 28 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 3:2 และการออกแบบที่เรียบง่าย นอกจากนี้ จอภาพของ Huawei ยังมีอุปกรณ์ครบครัน และนำเสนอภาพที่สวยงามและดูดีมาก นับว่าเป็นรุ่นเรือธงของจริง

 

คุณสมบัติหลักของ Huawei MateView

รุ่น: Huawei MateView

ประเภทแผง: IPS พร้อมไฟพื้นหลัง W-LED

ความครอบคลุมของหน้าจอแสดงผล: Anti-reflective

ขนาดหน้าจอ: 28.2 นิ้ว

อัตราส่วนภาพ: 3:2

ความละเอียด: 3840×2560 พิกเซล

ความเร็วในการตอบสนอง: 8 ms

อัตราการรีเฟรช: 60 Hz

ความสว่าง: 500 cd/m2

อัตราคอนทราสต์คงที่: 1200:1

มุมมององศา: 178 องศา

ช่วงสี: 98% DCI-P3 / 100% sRGB

การเชื่อมต่อไร้สาย: การฉายภาพแบบไร้สาย, WLAN          band 2.4 / 5 GHz, Bluetooth 5.1

เสียง: ลำโพงสเตอริโอ 2×5 W, ไมโครโฟนสองตัว (สามารถจับเสียงได้ไกลถึง 4 เมตร)

อื่น ๆ: อุปกรณ์รับรอง DisplayHDR 400, เอาต์พุต USB-C 65W, การควบคุม Smart Bar, การเชื่อมต่อไร้สายกับอุปกรณ์, ใบรับรอง TUV Rheinland Low Blue Light และ TUV Rheinland Flicker Free, ขั้วต่อเมาส์ และคีย์บอร์ด

การออกแบบ

ทุกคนที่เห็นอุปกรณ์ Huawei mateview ต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยมาก ๆ น้อยคนที่จะบอกว่าไม่ชอบอุปกรณ์นี้ หน้าจอมอนิเตอร์มีดีไซน์เรียบง่าย ความหนาของตัวเครื่องคือ 9.3 มม. ในส่วนที่บางที่สุด และ 13 มม. ในส่วนที่หนาที่สุด แต่ก็มีคนบางส่วนที่เห็นว่าดีไซน์ดูคล้ายกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ผลไม้ด้วย MateView มีเพียงสีเดียวเท่านั้น คือ Mystic Silver ตัวเครื่องส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกคุณภาพสูง ให้สัมผัสที่น่าพึงพอใจ ขอบจอแสดงผลเป็นอะลูมิเนียม พื้นผิวขัดมัน ผิวโลหะค่อนข้างหยาบเมื่อมีการสัมผัส

 

กรอบหน้าจอค่อนข้างแคบที่ 6 มม. ในตำแหน่งที่บางที่สุด และ 9.3 มม. ที่ด้านล่างสุด อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 94% และไม่ยื่นออกมาเหนือกรอบนั้น มีไอคอนไร้สายบนขาตั้ง ประกอบด้วยโมดูล NFC หากคุณวางสมาร์ทโฟน Huawei ไว้ที่นั่น ภาพจากสมาร์ทโฟนจะถูกส่งไปยังจอภาพแบบไร้สายในทันที ยังมีลำโพงสเตอริโอ 5 วัตต์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไมโครโฟนในตัวด้วย จอภาพสามารถปรับระดับความสูงได้ ความสูงเหนือโต๊ะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 7 ถึง 18 ซม. นอกจากนี้ หน้าจอยังปรับระดับความเอียงได้ตั้งแต่ -5 ถึง 18 องศา ช่วยให้ผู้ใช้งานหามุมที่สะดวกสบายได้ไม่ยาก แต่ไม่มีการหมุนหน้าจอในแนวนอน ขาตั้งดูเรียบง่าย แต่มีความเสถียรมาก จอภาพจะไม่สั่นหากสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ลื่นไถล โดยทั่วไปการออกแบบจอภาพและขาตั้งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Huawei MateView เลย

 

การควบคุมและการตั้งค่า

การตรวจสอบการควบคุมนั้นค่อนข้างแปลก แทนที่จะซ่อนปุ่ม หรือจอยสติ๊กปกติไว้ที่ใดที่หนึ่ง เราได้สิ่งที่เรียกว่า ทัชแพด Smart Bar เป็นแถบสีดำที่ด้านล่างของจอแสดงผลตรงกลางแทน สัมผัสเดียวคือการเริ่มเมนู ปัดไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อย้ายไปรอบ ๆ เมนู แตะครั้งเดียวเพื่อเลือก แตะสองครั้งเพื่อกลับ หากคุณเพียงแค่ปัดนิ้วของคุณเหนือ Smart bar ไปทางซ้ายหรือขวา (เมื่อเมนูไม่ทำงาน) จะเป็นการปรับระดับเสียงแทน บางคนก็ชอบการควบคุมเช่นนี้ แต่บางคนก็ไม่ชอบ เพราะรู้สึกไม่ชิน มาดูกันว่ามีเมนูอะไรบ้าง

 

เมนูหลัก:

  • แหล่งสัญญาณ (Wireless, USB-C, HDMI, MiniDP)
  • ความสบายตา (สามารถเปิดหรือปิดได้)
  • ความสว่าง (ปรับได้)
  • โครงร่างสี (sRGB, DCI-P3 และค่าเริ่มต้น)
  • การตั้งค่า

 

เมนูอื่น ๆ:

  • ประหยัดพลังงาน (เปิด/ปิด)
  • เสียง (ควบคุมระดับเสียง, ไมโครโฟนในตัว)
  • หน้าจอ (สามารถปรับความคมชัด และอุณหภูมิสีของจอแสดงผลในระดับพื้นฐานได้)
  • ภาษา (ภาษาอังกฤษและอีกมากมาย)
  • รีเซต

 

Huawei MateView กับการใช้งานจริง

จอภาพมีลักษณะเหมือนกับจอภาพทั่วไปค่อนข้างมากในราคาเดียวกัน Huawei ให้ความสำคัญกับความแม่นยำของการสร้างสี MateView เป็นอย่างมาก จอภาพมีขอบเขตสี DCI-P3 ที่ 98% และสามารถใช้พื้นที่ sRBG ได้ 100% เมื่อรวมกับการรับรอง HDR400 และความสว่างสูงสุด 500 nits คุณจะได้จอแสดงผลที่สวยงามสำหรับเนื้อหาทุกประเภท ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดชัดเจนมาก ไฟแบ็กไลท์มีความสม่ำเสมอ (มีแสงสลัวเล็กน้อยที่มุมแทบมองไม่เห็น) สีจะมีความฉ่ำ แต่สมจริง และสามารถปรับรูปภาพได้ตามใจชอบ ภาพมีความสม่ำเสมอ ไม่พบจุดมืด หรือจุดสว่างเลย

 

โดยทั่วไปแล้ว จอภาพเหมาะสำหรับการทำงานในสำนักงานทั่วไป อย่าลืมว่าอัตราส่วนกว้างยาวที่ไม่เป็นมาตรฐาน 3:2 สำหรับใครที่ทำงานนั่งอยู่หน้าจอและค้นหาข้อมูลนาน ๆ เป็นเรื่องที่สะดวกมาก ๆ จอแสดงผล mateview มีความพอดีกับเนื้อหามากกว่าประมาณ 18% ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หน้าจอรุ่นนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับเล่นเกม ไม่มีความถี่เพิ่มขึ้น คุณสมบัติการซิงโครไนซ์ที่ทันสมัยกับการ์ดวิดีโอ เวลาตอบสนองค่อนข้างสูง บริษัทไม่ได้พยายามทำให้โมเดลนี้น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์เท่าไหร่นัก ในทางกลับกัน บริษัทก็ได้ผลิตอีกรุ่นออกมาสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะแทน

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Huawei MateView เป็นจอภาพที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทั้งในด้านความสวยงามและความสะดวก รวมถึงชุดฟังก์ชันต่าง ๆ กลไกการปรับความสูงในตัว อัตราส่วนภาพ 3:2 และหน้าจอ 4K ซึ่งทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำงาน ส่วนฟังก์ชัน Wireless Display หรือการซิงค์กับอุปกรณ์ Huawei ก็อาจมีประโยชน์สำหรับบางคน ราคาก็ถือว่าค่อนข้างสูง แต่คุ้มค่ามาก ๆ ที่ประมาณ 22,990 บาทนั่นเอง